แนะนำ
ภาษา
C++ เบื้องต้น
ประวัติภาษา C , C++
ค.ศ.
1970 มีการพัฒนาภาษา B โดย
Ken Thompson ซึ่งทำ งานบนเครื่อง DEC PDP-7 ซึ่ง
ทำ งานบนเครื่องไมโครคอมพิวเตอร์ไม่ได้
และยังมีข้อจำ กัดในการใช้งานอยู่ (ภาษา B สืบทอดมาจาก
ภาษา BCPL ซึ่งเขียนโดย
Marth Richards)
ค.ศ.
1972 Dennis
M. Ritchie และ Ken Thompson ได้สร้างภาษา
C เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ
ภาษา B ให้ดียิ่งขึ้น
ในระยะแรกภาษา C ไม่เป็นที่นิยมแก่นักโปรแกรมเมอร์โดยทั่วไปนัก
ค.ศ.
1978 Brian
W. Kernighan และ Dennis M. Ritchie ได้เขียนหนังสือเล่มหนึ่งชื่อว่า
The C
Programming Language และหนังสือเล่มนี้ทำ
ให้บุคคลทั่วไปรู้จักและนิยมใช้ภาษา C ในการเขียน
โปรแกรมมากขึ้น
ข้อดีของภาษา C และ
C++
โปรแกรมเมอร์โดยทั่วไปในปัจจุบันนิยมพัฒนาโปรแกรมด้วยภาษา C และ
C++ ด้วยเหตุผล
ดังนี้
1.โปรแกรมเมอร์สามารถสร้างโปรแกรมที่ควบคุมการทำ งานของคอมพิวเตอร์และการโต้ตอบ
ระหว่างผู้ใช้กับคอมพิวเตอร์ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
2. ภาษา
C และ C++ มีประสิทธิภาพของภาษาอยู่ในระดับที่ใกล้เคียงกับภาษา
Assembly มากที่
สุด แต่มีความยืดหยุ่นในยึดติดกับฮาร์ดแวร์คอมพิวเตอร์หรือ Microprocessor รุ่นใดรุ่นหนึ่ง ทำ ให้สามารถ
นำ โปรแกรมที่สร้างขึ้นไปทำ
งานได้กับเครื่องคอมพิวเตอร์ได้ทุกรุ่น
3. ภาษา
C++ สนับสนุนการเขียนโปรแกรมในลักษณะเชิงวัตถุหรือ OOP
(Object OrientedProgramming) ซึ่งเป็นเทคนิคการเขียนโปรแกรมที่นิยมใช้เขียนโปรแกรมขนาดใหญ่ที่มีจำ
นวนข้อมูลใน
โปรแกรมมาก
4. โปรแกรมเมอร์ส่วนใหญ่จะนิยมใช้ภาษา
C, C++ พัฒนาโปรแกรมประยุกต์ในงานด้านต่าง ๆเป็นจำ นวนมากในปัจจุบัน
เพราะประสิทธิภาพของภาษาที่ได้เปรียบภาษาอื่น ๆ
ส่วนประกอบเบื้องต้นของ C++ มีดังนี้
1. Comments or
Remark หมายถึงส่วนที่เป็นการอธิบายหรือหมายเหตุในโปรแกรม
เขียน
อธิบายไว้ในเครื่องหมาย /* ………*/ หรือเขียนตามหลังเครื่องหมาย // ก็ได้ ในขณะที่แปล
Compiler
ของ C++ จะไม่นำ ไปแปลด้วย
แต่ต้องเขียน Comments อยู่ภายในเครื่องหมายให้ถูกต้อง โดยที่
/*…..*/มักใช้กับ Comment หลาย ๆ บรรทัด ส่วน
// ใช้กับการ Comments ตามหลัง
Statement เป็นส่วนใหญ่
2. #include
<iostream.h> บรรทัดที่ขึ้นต้นด้วย # นี้จะต้องมีเสมอในทุกโปรแกรม
เรียกว่า
preprocessor เรียกคำ ว่า
include ที่ตามเครื่องหมาย # นี้ว่า
directive และชื่อไฟล์ที่อยู่ในเครื่องหมาย
<…..> (จะใช้เครื่องหมาย
“……” แทนก็ได้) เรียกว่า header file หรือ include file ซึ่งเป็นไฟล์ที่เก็บไว้
ในคลังคำ สั่ง (Library File) ของ C++
3. void main() เป็นการเรียกใช้ฟังก์ชันหลักของโปรแกรมคือ
ฟังก์ชัน
main() ซึ่งจะต้องมีชื่อ
ฟังก์ชันนี้เสมอ ฟังก์ชัน main() เป็นฟังก์ชันหลัก จะประกอบไปด้วยวงเล็บเปิด { เป็นการเริ่มต้นภายในมี
การประกาศตัวแปร มีประโยคคำ
สั่งของภาษา
C++ มีชื่อฟังก์ชันอื่น ๆ ที่ผู้เขียนสร้างขึ้นแล้วเรียกใช้ภาย
ในฟังก์ชัน main() แล้วจบฟังก์ชันด้วยวงเล็บปิด }
4. cout <<
"My name is Mr.Sirichai Namburi \n";
cout <<
"Office : Computer Department,RIPA";
เป็นส่วนของประโยคคำ สั่งหรือ Statement ในภาษา C++ ซึ่งต้องเขียนให้ถูกต้องตามไวยากรณ์
ของภาษา ทุกประโยคต้องจบด้วยเครื่อง semicolon (;) เสมอ สำ หรับคำ ว่า cout เป็น object ซึ่งถูกเก็บไว้
ในไฟล์ iostream.h ดังนั้นจึงต้องกำ
หนดชื่อไฟล์ iostream.h ไว้ในส่วนของ preprocessor
directive
การประกาศตัวแปรเพื่อใช้ในโปรแกรมของ C++ มี
2 ลักษณะ คือ
1. definition คือ เป็นการประกาศเพื่อกำ
หนดความหมาย เป็นประโยคคำ สั่งที่ประกอบด้วย ชื่อ
ประเภทของตัวแปร และตัวแปร
2. การประกาศแบบกำ
หนดค่า ณ ตำ แหน่งที่ใช้ หมายถึง การประกาศตัวแปร ณ ตำ แหน่งที่
ต้องการใช้ตัวแปรในโปรแกรม ก็จะประกาศพร้อมกับหนดค่าให้กับตัวแปรทันที
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น