วันเสาร์ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2555

แนะนำ ภาษา C++ เบื้องต้น


แนะนำ ภาษา C++ เบื้องต้น
 ประวัติภาษา C , C++
.. 1970 มีการพัฒนาภาษา B โดย Ken Thompson ซึ่งทำ งานบนเครื่อง DEC PDP-7 ซึ่ง
ทำ งานบนเครื่องไมโครคอมพิวเตอร์ไม่ได้ และยังมีข้อจำ กัดในการใช้งานอยู่ (ภาษา B สืบทอดมาจาก
ภาษา BCPL ซึ่งเขียนโดย Marth Richards)
.. 1972 Dennis M. Ritchie และ Ken Thompson ได้สร้างภาษา C เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ
ภาษา B ให้ดียิ่งขึ้น ในระยะแรกภาษา C ไม่เป็นที่นิยมแก่นักโปรแกรมเมอร์โดยทั่วไปนัก
.. 1978 Brian W. Kernighan และ Dennis M. Ritchie ได้เขียนหนังสือเล่มหนึ่งชื่อว่า The C
Programming Language และหนังสือเล่มนี้ทำ ให้บุคคลทั่วไปรู้จักและนิยมใช้ภาษา C ในการเขียน
โปรแกรมมากขึ้น
             
                   ข้อดีของภาษา C และ C++
โปรแกรมเมอร์โดยทั่วไปในปัจจุบันนิยมพัฒนาโปรแกรมด้วยภาษา C และ C++ ด้วยเหตุผล
ดังนี้
1.โปรแกรมเมอร์สามารถสร้างโปรแกรมที่ควบคุมการทำ งานของคอมพิวเตอร์และการโต้ตอบ
ระหว่างผู้ใช้กับคอมพิวเตอร์ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
2. ภาษา C และ C++ มีประสิทธิภาพของภาษาอยู่ในระดับที่ใกล้เคียงกับภาษา Assembly มากที่
สุด แต่มีความยืดหยุ่นในยึดติดกับฮาร์ดแวร์คอมพิวเตอร์หรือ Microprocessor รุ่นใดรุ่นหนึ่ง ทำ ให้สามารถ
นำ โปรแกรมที่สร้างขึ้นไปทำ งานได้กับเครื่องคอมพิวเตอร์ได้ทุกรุ่น
3. ภาษา C++ สนับสนุนการเขียนโปรแกรมในลักษณะเชิงวัตถุหรือ OOP (Object OrientedProgramming) ซึ่งเป็นเทคนิคการเขียนโปรแกรมที่นิยมใช้เขียนโปรแกรมขนาดใหญ่ที่มีจำ นวนข้อมูลใน
โปรแกรมมาก
4. โปรแกรมเมอร์ส่วนใหญ่จะนิยมใช้ภาษา C, C++ พัฒนาโปรแกรมประยุกต์ในงานด้านต่าง ๆเป็นจำ นวนมากในปัจจุบัน เพราะประสิทธิภาพของภาษาที่ได้เปรียบภาษาอื่น ๆ



ส่วนประกอบเบื้องต้นของ C++ มีดังนี้
1. Comments or Remark หมายถึงส่วนที่เป็นการอธิบายหรือหมายเหตุในโปรแกรม เขียน
อธิบายไว้ในเครื่องหมาย /* ………*/ หรือเขียนตามหลังเครื่องหมาย // ก็ได้ ในขณะที่แปล Compiler
ของ C++ จะไม่นำ ไปแปลด้วย แต่ต้องเขียน Comments อยู่ภายในเครื่องหมายให้ถูกต้อง โดยที่ /*…..*/มักใช้กับ Comment หลาย ๆ บรรทัด ส่วน // ใช้กับการ Comments ตามหลัง Statement เป็นส่วนใหญ่
2. #include <iostream.h> บรรทัดที่ขึ้นต้นด้วย # นี้จะต้องมีเสมอในทุกโปรแกรม เรียกว่า
preprocessor เรียกคำ ว่า include ที่ตามเครื่องหมาย # นี้ว่า directive และชื่อไฟล์ที่อยู่ในเครื่องหมาย
<…..> (จะใช้เครื่องหมาย “……” แทนก็ได้) เรียกว่า header file หรือ include file ซึ่งเป็นไฟล์ที่เก็บไว้
ในคลังคำ สั่ง (Library File) ของ C++
3. void main() เป็นการเรียกใช้ฟังก์ชันหลักของโปรแกรมคือ ฟังก์ชัน main() ซึ่งจะต้องมีชื่อ
ฟังก์ชันนี้เสมอ ฟังก์ชัน main() เป็นฟังก์ชันหลัก จะประกอบไปด้วยวงเล็บเปิด { เป็นการเริ่มต้นภายในมี
การประกาศตัวแปร มีประโยคคำ สั่งของภาษา C++ มีชื่อฟังก์ชันอื่น ๆ ที่ผู้เขียนสร้างขึ้นแล้วเรียกใช้ภาย
ในฟังก์ชัน main() แล้วจบฟังก์ชันด้วยวงเล็บปิด }
4. cout << "My name is Mr.Sirichai Namburi \n";
cout << "Office : Computer Department,RIPA";
เป็นส่วนของประโยคคำ สั่งหรือ Statement ในภาษา C++ ซึ่งต้องเขียนให้ถูกต้องตามไวยากรณ์
ของภาษา ทุกประโยคต้องจบด้วยเครื่อง semicolon (;) เสมอ สำ หรับคำ ว่า cout เป็น object ซึ่งถูกเก็บไว้
ในไฟล์ iostream.h ดังนั้นจึงต้องกำ หนดชื่อไฟล์ iostream.h ไว้ในส่วนของ preprocessor directive

การประกาศตัวแปรเพื่อใช้ในโปรแกรมของ C++ มี 2 ลักษณะ คือ
1. definition คือ เป็นการประกาศเพื่อกำ หนดความหมาย เป็นประโยคคำ สั่งที่ประกอบด้วย ชื่อ
ประเภทของตัวแปร และตัวแปร
2. การประกาศแบบกำ หนดค่า ณ ตำ แหน่งที่ใช้ หมายถึง การประกาศตัวแปร ณ ตำ แหน่งที่
ต้องการใช้ตัวแปรในโปรแกรม ก็จะประกาศพร้อมกับหนดค่าให้กับตัวแปรทันที

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

แนะนำ ภาษา C++ เบื้องต้น

แนะนำ ภาษา C++ เบื้องต้น   ประวัติภาษา C , C++ ค . ศ . 1970 มีการพัฒนาภาษา B โดย Ken Thompson ซึ่งทำ งานบนเครื่อง DEC PDP-7 ซึ่ง ...